* ก็เลือกแล้ว
10 มกราคม 2555 วันอังคาร
เมื่อวานฟีดแบคการตัดผมใหม่.... แย่! 5555
บางคนว่า.. ทำไมตัดปลายซะตรงแหน่วอย่างนั้น!!?
แต่.. มันก็เข้ากับการแต่งตัวแบบนี้นะ
( เมื่อวานใส่เชิ้ตสีขาว+กระโปรงทรงสอบสีกรมท่า
ผ้าพันคอชีฟองลายเสือโทนขาวดำ )
ถ้าไงก็ไปเล็มปลายให้มันงุ้มเข้าอีกหน่อยจะดีกว่า
ทรงนี้มันแก่ไปหน่อย.... ( ฟังจบแล้ว สรุปว่าตอนนี้ทรงผมแก่
แต่เข้ากับการแต่งตัว.. ซึ่งแปลว่า แต่งตัวแก่.. งั้นใช่ไหม ) - -"
ไม่เป็นไร.. ก็อิชั้นชอบแต่งตัวแนวนี้ วินเทจนิดๆ
แอบคิดปลอบใจตัวเองทุกครั้งเวลา มีใครสักคนทักว่าแต่งตัวแก่
ก็จะคิดในใจว่า ถ้าเป็นบางคนแต่ง มันอาจจะดูแก่กว่านี้นะเฟ้ย
ซึ่ง.. เป็นความคิดที่ถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้ได้ 555555+
. . .
กับเรื่องที่คิดอยู่.. ก็เลือกที่จะทำตามแพลนแรกที่วางเอาไว้
ก็คืออยู่นี่แหละ ฝนรู้สึกว่า.. จิตใจฝนมันค้างคาอยู่กับใบปริญญาน่ะ
มันเหมือนเป็นสิ่งในชีวิตที่จะต้องทำให้ได้.. >__<"
เพราะถ้าฝนเลือกไปที่นู่น ถึงจะมีเงินเก็บ แต่ชีวิตฝนจะเป็นอีกอย่าง
กลับมาก็เตรียมจบชีวิตคนทำงานออฟฟิศได้เลย ก็คงต้องเปิดร้านอะไรเอง
แต่มันจะมีประโยชน์อะไร หากต้องทำงานที่บ้าน แล้วไม่ได้ใช้ภาษาที่มีอยู่
หลายวันที่ผ่านมา ฝนถามตัวเองว่า.. ตกลงเราต้องการอะไรกันแน่?
แล้วฝนก็คิดได้ว่า.. ฝนอยากมีชีวิตที่มั่นคง.. อยากรับปริญญา ( มากๆ )
อยากทำงานที่ได้ใช้ภาษาบ้าง ค่อยๆ ทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ อาจจะช้าหน่อย
เพราะเราเองก็เริ่มทุกอย่างช้ามาก.. ชีวิตการทำงานก็แค่เกือบ 2 ปีเอง
ถึงแม้ไม่ได้ไปที่นู่น แล้วจะพลาดอะไรใหม่ๆ
แต่ก็ไม่เป็นไร อ่านหนังสือแกรมม่าที่ซื้อมาไปก่อน ยังไม่จบเล่มเลย 555+
ดูหนัง ฟังเพลงฝึกไปพลางๆ ถ้าเมื่อไหร่มีเงินและมีเวลาพอ ค่อยเทคคอร์สในไทยก็ได้
มีพี่ๆ หลายคนรอเป็น partner ให้ฝนฝึกด้วยอยู่! : P
ต่อไปนี้ก็จะบอกตัวเองให้แน่วแน่.. ไม่งั้นนอกจากเราเองจะคิดจนปวดหัว
ฝนก็ไม่อยากทำให้พ่อผิดหวัง.. ไม่อยากทำให้เค้ามองว่าเราเป็นคนไม่เอาไหน
ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง.. เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ
. . .
ส่วนที่เรียนอยู่ตอนนี้.. เมื่อคืนคุยกับเนะ.. เนะว่า.. "มันก็ไม่เห็นจะแปลก
ที่แกจะรู้สึกว่าทุกอย่างที่เรียนช่างน่าเบื่อ.. ก็เพราะแกเรียนสูงกว่านั้นไปแล้วไง
เหมือนมาเรียนย้อน.. ก็อย่าไปคิดอะไรมาก คิดว่าเรียนเพื่อวุฒิแค่นั้น"
ฝนก็บอก.. ตอนแรกพยายามไม่คิดแบบนั้นไง.. เหมือนดูถูกที่เรียน
แต่สรุปว่า.. บางอย่างเราก็ห้ามที่จะรู้สึกไม่ได้ เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ นี่นา
ก็เลยไม่คิดอะไรมากละ.. วันเวลา 1 ปีไวจะตายไป.. เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป
ถึงแม้ที่นี่จะไม่ได้ทำให้ความรู้เพิ่มขึ้น แต่ก็สอนให้เราอดทน
อย่างน้อยก็ฝึกวินัยของตัวเอง ในการนั่งรถไปกลับเพื่อมาเรียน
ถ้าจบแล้ว คงรู้สึก.. ดีใจมากๆ ว่าเราสามารถอดทนและผ่านมันมาได้
ซึ่ง.. ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ขาดเรียนเลยสักวันนะ.. v(^-^ )>
ต่อไปก็จะไม่วอกแว่กละ.. อีกไม่กี่เดือนก็ต้องลงทะเบียนกับ มกท.
แล้วก็ต้องหาหออยู่.. เอาเวลามาโฟกัสและเตรียมตัวกับเรื่องพวกนี้ดีกว่า
เพราะเป็นสิ่งที่แน่นอนที่เราจะต้องทำน่ะนะ
( ว่าจะไม่เขียนให้ดราม่ามากแล้วนะ ถือว่าขอระบายละกันเนอะ ) : P
Namfon*
10 ม.ค. 2012 เวลา 11:17 น.
และขออวยพรให้สำเร็จดังหวัง
:)
ประโยคนี้นางสาวไทยคนไหนเคยพูดไม่รู้ หนูขอยกมาอีกครั้ง
"ความขยันและอดทน เป็นสิ่งขมขื่น แต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ"
นับถอยหลังลิ้มรสความหวานได้เลย
:)
สู้ๆนะฝน พี่เป็นกำลังใจให้เสมอจ้า