Make-up Review ♥
( เอาข้อมูลมาลงก่อน ว่างๆ จะรีบลงรูปให้ ) ^^"
เครื่องสำอางทั้งหมดที่รีวิวในนี้คือใช้แล้วชอบนะจ๊ะ
อันไหนเคยใช้แล้วห่วยแตก.. จะไม่ขอพูดถึง ฮ่าๆๆๆ
เพราะว่าเริ่มแต่งหน้ามาตั้งแต่อยู่มหา'ลัยปี 3
ก็นับว่าเริ่มแต่งหน้าตอนอายุ 20 ถือว่าเริ่มกำลังดีนะ
เพราะก็โตแล้ว ต้องเตรียมตัวไว้บ้าง เผื่อเข้าสู่วัยทำงาน ^^
ลองมาก็เยอะ.. ให้เพื่อนหรือปาทิ้งก็ไม่น้อยเหมือนกัน
หมายเหตุ : ผลการรีวิว ขึ้นอยู่กับสภาพผิว / สีผิวด้วยเน้อ
บางคนอาจจะใช้แล้วได้ผลออกมาไม่เหมือนกันก็ได้ ^^"
สภาพผิวผู้รีวิว : สองสีไปทางเหลือง ไม่ขาวและไม่คล้ำมาก
ผิวมัน, รูขุมขนกว้าง, เหงื่อเยอะ, มีสิวอุดตันประปราย T^T"
Base Make-up ♥
1. มอยเจอร์ไรเซอร์ : Olay, L'oreal, Smooth-E, Maxkin
เราไม่ค่อยลงทุนกับมอยเจอร์มากนัก เน้นเมคอัพมากกว่า.. ฮ่าๆ
แต่ย้ำไว้ว่าแม้คุณจะมีผิวมันแค่ไหน ก็ต้องมีมอยเจอร์ฯ และอายครีมใช้
บำรุงซะตั้งแต่ตอนนี้.. อย่ารอเหี่ยวแล้วค่อยคิดทาครีม - -"
เมื่อก่อนเราคิดว่า.. เราผิวมันมาก.. ใช้มอยเจอร์แล้วยิ่งมัน
เลยไม่ทามันซะเลย.. ปรากฎว่าประสบปัญหา.. หน้ามัน.. แต่ผิวก็ยังแห้งลอก
( คืออาการผิวขาดน้ำนั่นเอง ) มอยเจอร์ที่เราใช้ก็เบสิกมาก ถูกด้วย
นั่นคือ olay กระปุกขาว-ฝาดำ ตัวมอยเจอร์เลย ไม่มีอะไรเจือปน..
เป็นแค่ตัวการทำให้หน้าชุ่มชื้นเท่านั้น.. ส่วน l'oreal ดีหลายๆ ตัวเลยนะ
เราไม่ค่อยแพ้ ใช้ทีไร หน้าใสเด้ง.. พวกรุ่นหัวปั๊มอ่ะ ^^"
ส่วน smooth-e นี่เอาไว้ทาตอนฉุกเฉินจริงๆ แบบหน้าแห้งลอกมาก
ทาไม่กี่วันผิวกลับมาชุ่มชื้น.. แต่ไม่แนะนำให้คนผิวมันใช้เป็นประจำนะ
เพราะสิวจะขึ้นเอาได้ง่ายๆ เนื่องจากเนื้อครีมค่อนข้างมันพอควร ^^"
ครีมบำรุงของ maxkin ( ไม่ใช่ตัว aha เพราะเราแพ้พวก aha, bha )
ตัวนี้มีวิตามิน A, C, E, B3 ใช้แล้วผิวหน้ากระจ่างใสและรู้สึกผิวแน่นขึ้น
ส่วนอายครีม : ยังไม่ได้ซื้อซะที ทุกวันนี้ใช้จาก sample ที่ missha แจก
ไม่รู้จะหมดเมื่อไหร่.. คือได้มาเยอะมาก 55555
2. กันแดด : Biore ( ใช้ดีทั้งขวดขาว, ขวดชมพู )
( เร็วๆ นี้จะลองไมนัสรอกันแดดที่ใช้อยู่หมดก่อน )
เริ่มต้นที่ขวดขาวก่อน : เนื้อบางเบา ทาแล้วเนียนกลืนไปเหมือนทาแป้ง
ช่วยคุมมันได้ด้วยส่วนนึง.. เสียนิดเดียวที่บางทีรู้สึกว่าทาแล้วหน้าเทาๆ
แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหามาก.. เพราะกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้อยู่แล้ว
เนื่องจากแสงแดดเป็นที่มาของริ้วรอย, ฝ้า, กระ..
ส่วนขวดชมพู : เนื้อเป็นสีชมพูอ่อน ทาแล้วทำให้หน้าอมชมพูขึ้นนิดนึง
แต่เนื้อจะไม่ทาแล้วเป็นแป้งเหมือนขวดขาว.. ไม่ค่อยคุมความมันด้วย
เวลาใช้แล้วหน้าจะมันไวกว่าสีขาว.. แต่เราทาแล้วหน้าไม่เทานะสีนี้
3. เมคอัพเบส : Kiss, Missha the style
เบส kiss รุ่น mat ช่วยควบคุมความมันดีมากๆ.. ไม่ใช่ว่าหน้าไม่มันเลย
แต่ทำให้มันช้าลง.. และทำให้ตกบ่ายแล้วหน้าไม่ค่อยหมองเท่าไรนัก
ขวดนึงใช้ได้นานมากๆ เพราะใช้ครั้งละ 1 เม็ดถั่วเขียวทั่วใบหน้า
( หาซื้อได้ตามร้านขายของหิ้วหรือในเว็บนะจ๊ะ ) ^^"
missha : เคยใช้รุ่น mat สำหรับผิวมัน บีเอเลือกสีม่วงมาให้ ไม่ไหวเลย
ทาแล้วทำให้หน้าเด้งอมชมพูก็จริง.. แต่มันชมพูเฉพาะหน้า.. แต่ตัวเหลือง ?
ไม่ค่อยชอบแบบนี้เท่าไหร่.. ต่อมาได้แซมเปิ้ลสีเขียวรุ่น M มาลอง
เนื้อค่อนข้างหนา กะปริมาณยาก ทาแล้ววอก.. เคยหน้าวอกไปซื้อของแถวบ้าน
มีแต่คนตกใจ.. พ่อเห็นก็ทำหน้าตกใจ... เสีย self สุดๆ T^T
แต่.. ความคิดนั้นก็เปลี่นไป.. พอดีหญิงแบ่ง missha รุ่น the style
( สีเขียวนะ ) มาให้ลอง.. ผลคือ.. เนื้อบางเบา ไม่ปกปิด.. แต่ทำให้หน้าผ่องขึ้น
ปกติจะแอนตี้เบสเขียว+เบสม่วงมั่กมากกกก.. เพราะลองมาแล้วผิดหวัง
และชอบให้สีผิวดูเป็นธรรมชาติ เลยชอบเบสเหลือง, ส้ม, เนื้อ มากกว่า
แต่ก็ต้องขอกลืนน้ำลายให้กับ missha the style ของเค้าผ่องเด้งจริงๆ !!
วิธีใช้.. เราไม่ลงทั่วหน้า เพราะไม่ชอบให้หน้าขาวๆ ทั้งหน้าแบบนั้น
แต่จะลงเฉพาะ T Zone เพื่อเป็นการไฮไลท์ให้หน้าสว่างขึ้นเฉพาะจุด
คือกลางหน้าผาก, จมูก, แก้ม, คาง ( สำหรับคนหน้ายาว ไม่ควรลงที่คาง..
เช่นเราเอง.. เพราะมันจะทำให้หน้าดูยาวมากยิ่งขึ้น ) ^^"
ลืมบอกว่าเราใช้ประมาณ 2 เม็ดถั่วเขียวแต้มที่หน้าผาก, แก้ม, จมูก
และไม่เกลี่ยไปถึงกรอบหน้า.. เอานิ้วป้ายๆ วนๆ เฉพาะจุดที่บอกพอ
แค่นั้นแหละ.. หน้าผ่องงงงง.. ไม่หมอง.. ผ่องกว่าใช้เบสคิสอีก !
แต่เราก็ใช้คู่กันคือ.. เบสคิสทั่วหน้า, missha สีเขียวตรง T Zone
4. แป้งผสมรองพื้น : Kate, Rosee, Za
( เร็วๆ นี้จะซื้อ ettusais, lunasol รอแป้งที่ใช้หมดก่อน.. เป็นคนดี๊ )
ทั้งสามตัวนี้แป้งโรซี่ดีที่สุด.. ได้มาจากหญิงเหมือนกัน เป็นแป้งเกาหลี
( หาซื้อได้ตามตู้กระจกที่ขายเครื่องสำอางตามห้าง ).. เนื้อแป้งเหลืองมาก
ทาแล้วเข้ากับผิวมาก เพราะอันเดอร์โทนผิวเราเป็นสีเหลืองอ่ะ
kate เราใช้เบอร์ oc-c เนื้อแป้งดี.. เนียน, ปกปิด, สีก็โอเค เสียอย่างเดียว
ไม่มีโทนเหลือง.. เพราะ oc-c นี่คือโทนเนื้อ ( ไปทางชมพูนิดนึง ) ^^"
za รุ่นตลับฟ้าที่เป็นสี่เหลี่ยมนะ.. ไม่เน้นปกปิด.. แป้งเนื้อเบา เนียนดี
เอาไว้เติมระหว่างวันก็โอเคอยู่.. แต่ถ้าวันไหนอยากปกปิดก็ใช้ kate ^^"
5. ไฮไลท์และฟินิจพาวเดอร์ : Etude, Missha
ชอบ etude มากกกก.. ตัวนี้เป็นไฮไลท์ แต่บางทีก็เอามาปัดบางๆ ทั่วหน้า
ปัดแล้วหน้าวิ้งละเอียด ระยิบระยับ.. ดูดีมากๆ.. จนต้องซื้อมา 2 โทนเลย อิอิ
ชอบทั้งโทนพาสเทล, กับโทนเหลืองทอง.. สวยงามทั้งคู่
ส่วน missha ได้ฟรีมาจากผึ้ง.. ปัดแล้วเหมือนไม่เกิดอะไรเท่าไหร่
ทำให้หน้าขาวขึ้นเฉยๆ.. ตัวนี้มีวิ้งเล็กๆ นิดนึง แต่พอปัดแล้วมองไม่เห็นวิ้งนะ
เลยเก็บเอาไว้เป็นแป้งเติมระหว่างวัน.. สีมันน่ากินดีเนอะ อิอิ
6. แป้งฝุ่น : บิโอนาตูแรล ( ซื้อได้ที่วัตสัน )
เราใช้สีเหลือง หน้าผ่องดี คุมมันด้วย ขวดละไม่กี่สิบบาทเองนะ
ใช้ดีคุ้มเกินราคาจริงๆ ^^" ( ว่าจะซื้อแป้งฝุ่นจีวองชี่ แต่คงอีกนานนนน )
7. คอนซีลเลอร์ : Kate ( เป็นแบบสติ๊กนะ )
ยี่ห้ออื่นเป็นไงไม่รู้.. เคยใช้ยี่ห้อเดียวนี่แหละ.. เนื้อเนียนดี
เหมาะสำหรับกลบสิว แต่พอปิดแพนด้าใต้ตาแล้วชอบตกตามร่องตา
เพราะเนื้อค่อนข้างแห้ง และเสียตรงที่มีสีให้เลือกน้อยไปหน่อย
Point Make-up ♥
1. มาสคาร่า : Fasio เท่าน้านนนนนนนน !!!
( เคยปัดลูนาซอลกับเคลเดอโปแล้วสวยมากๆๆๆ แต่แพงเกินไปหน่อย
เลยทำให้ตัดใจได้ง่ายๆ.. เนื่องจากฟาสิโอ้เองก็ 300+ ราคากำลังดี
แถมคุณภาพก็ยังดีอยู่แล้ว เลยไม่เปลี่ยนใจ อิอิ )
ใช้มาหลายรุ่นแล้ว ไม่เคยเปลี่ยนใจเลย.. ใครจะว่ายี่ห้อไหนดีก็ไม่สน
เพราะ fasio นี่ก็ดีสำหรับเราที่สุดแล้ว.. ปัดแล้วไม่มีขนตาตกระหว่างวัน..
เด้งเช้าจรดค่ำกันเรยทีเดียว อิอิ ปัดไปว่ายน้ำยังไหวเลย
ไม่มีแพนด้าแน่ๆ แต่.... ล้างยากมากเหมือนกัน.. ต้องใช้รีมูฟเวอร์ของเค้า
ของฟาสิโอ้นี่แหละขวดสีฟ้าขุ่นๆ.. ถึงจะล้างออก.. บางคนอาจไม่ชอบตรงนี้
แต่เราไม่มีปัญหาทนได้.. แม้ว่าจะล้างขนตานานไปซักนิด ^^"
2. อายไลน์เนอร์ : Missha , in2it
( เร็วๆ นี้จะซื้อ lunasol สีเทา ลองมาแล้ว แจ่มมากๆ ติดทนที่สุดในโลกกกก )
missha รุ่นขวดเหลี่ยมสีดำ.. ไม่แพนด้า ไม่หลุดลอก ดีมากกกก
เขียนง่ายแม้แต่มือใหม่ ( พู่กันจะนิ่มๆ หน่อย ) บางคนว่าคอนโทรลยาก
ชอบแบบพู่กันแข็งๆ.. แต่สำหรับเราแล้วไม่มีปัญหาอะไร เขียนง่ายดี
in2it สีน้ำตาลเลิศมากกก.. สีเหมือน lunasol สีน้ำตาลเป๊ะเลย
แต่ว่าปริมาณน้อยกว่า.. และติดไม่ทนเท่า lunasol แต่ด้วยราคา 100+
เมื่อเทียบกับลูนาซอล 900+ ก็เลยตกลงซื้อ in2it สีน้ำตาลทันที..
คุณภาพดีมากก.. สีสวย.. มีวิ้งเหลือบๆ ด้วยนะ เปลือกตามันก็เอาอยู่
ถ้าไม่ร้องไห้แล้วเอานิ้วไปขยี้ตาก็ไม่มีทาหลุดแน่นอน.. เสียดายไม่มีสีเทา
ถ้ามีสีเทาลูนาซอลไม่ได้กินเงินชั้นหรอก 555
3. ที่เขียนคิ้ว : Kate ดีทั้งแบบตลับและแบบมาสคาร่า
มีแบบตลับอยู่.. ใช้ได้นานเลย เค้าไล่สีมาให้ 3 เฉด.. แต่ใช้จริงๆ ก็แค่สีกลาง
เพราะคิ้วเข้มอยู่แล้ว.. ส่วนมาสคาร่าคิ้ว.. ยังไม่ได้ซื้อแต่ไปลองมาแล้วแจ่มมาก
เนื้อไม่ติดกันเป็นก้อน ปัดง่าย.. ทำให้คิ้วเป็นสีทอง เข้ากับสีผม ^^
4. ที่ดัดขนตา : Shu-uemura, Sunday
จะบอกว่าที่ดัดขนตา sunday ดีมากกกกกก.. พอดีเบ้าตา ยางก็เด้งสุดๆ
แต่ก็พังไวมากกกกกกก ดัดวันละครั้งใช้แค่ไม่กี่เดือนก็ยากแตกร่องแล้ว
หนีบไม่ได้.. ต้องทิ้ง.. เนื่องจากซื้อยางยี่ห้ออื่นมาใส่ก็ไม่เด้งเท่า
( sunday ซื้อได้ตามโลตัส, วัตสัน ราคา 50-60 บาท )
แต่สุดท้ายก็ต้องตัดใจไปซื้อชูดีกว่า.. พอดีเบ้าตาเรากว่าชิเซโด้ด้วย
แพงหน่อย แต่ถ้ามานั่งซื้อที่ดัดขนตาบ่อยๆ ทุก 2 เดือน ก็ปาไปหลายร้อยนะ
ลงทุนซื้อชูมาใช้.. แต่ยางอยู่ได้เป็นปีๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ^^
5. อายแชโดว์ : Stila, Kate, Lunasol, Etude, Lavshuca
อายแชโดว์ของญี่ปุ่นมักจะทำได้ดี เราชอบเครือย่อยของ kanebo เป็นพิเศษ
ก็คือ lunasol, kate, lavshuca วิ้งสวยงาม ดูใสๆ ดี โดยเฉพาะ kate
ราคาไม่แพงเท่าไหร่.. แต่ดีมากกก วิ้งสวย เนื้อเนียนนุ่ม.. ไม่เคยผิดหวังเลย
อีกอย่าง.. kate เค้าจัดพาเลทไล่สีมาดี ไม่ต้องมานั่งจับคู่สีเองให้เมื่อย ^^
ส่วน etude ก็เนื้อใสๆ เหมือนกันชอบมากอีกยี่ห้อ.. stila นี่ก็เนียนมากๆ
ชอบเนื้ออายแชโดว์เค้ามาก.. เคยไปลอง Shu, กับ BB แล้วยังไม่ชอบเลย
เนื้อสัมผัสไม่เนียนและลื่นเท่า stila นะ ^^
6. บลัชออน : Nars, Mac, T'estimo, Canmake
นาร์สเม็ดสีเยอะมากกกก และเนียนที่สุด เนียนกว่าแมคอีก แต่...
เนื่องจากเม็ดสีมันเยอะ ตลับนึงปัดนานมาก.. ยังไม่ยุบเลย แรกๆ ก็เห่อดี
หลังๆ เริ่มเบื่อ.... เบื่อเพราะเม็ดสีมันเยอะ เวลาปัดต้องระวัง
บวกกับใช้แล้วไม่ยุบซะที.. ( ชั้นอยากได้ตลับใหม่แล้วนะ ) ฮ่าๆๆๆๆ
ส่วนแมค.. ก็มีสีให้เลือกเยอะมากๆๆๆ ( ถ้าไม่ติดว่า BA หน้าเป็นตรูด
เราอาจจะได้เสียทรัพย์กับแมคเยอะกว่าทุกวันนี้ ) ^^"
เทสติโม่กับแคนเมคให้อารมณ์เดียวกันคือ.. เนื้อบางใส สีไม่ค่อยจัด
ออกเป็นวิ้งละเอียดๆ ชอบมั่กๆ .. ปัดเยอะไปก็ไม่ต้องกลัวหน้าเป็นตรูดลิง
ส่วน shu นี่ไม่ค่อยชอบ.. จริงๆ เนื้อเค้าดีนะ.. แต่รู้สึกว่าบลัชเค้าส่วนใหญ่
ไม่เหมาะกับผิวเรา.. สีมันออกขาวๆ หมดเลย ไม่ว่าจะโทนพีชก็ตาม
ปัดแล้วบลัชมันสว่างวูบโดดออกจากผิว.. เจ๊ไม่ปลื้ม -"-
โอ๊ะ.. จริงๆ บลัช lunasol ก็สวยมากกกกก ไม่ค่อยออกสี แต่วิ้งสวยจริงๆ
เสียแต่แพงเกินไป.. ต้องซื้อบลัชกับตลับและแปรงแยกต่างหากอีก.. รวมราคาแล้ว
กว่าจะออกมาแบบใช้พกพาได้.. แพงเกินนนนน !!!
7. ลิปสติก : เทใจให้ Revlon ( เร็วๆ นี้ว่าจะถอย Mac, BB )
ต้องเป็นรุ่นปลอกดำแท่งอ้วนๆ นะ.. เนื้อดี, สีสวย ออกเป็นครีมแบบแมทๆ..
แต่อยากบ่นจริงๆ ว่าทำไม๊ ทำไม เมืองไทยไม่เอาสีใหม่ๆ เข้ามาบ้าง.. มีแต่สีเดิม
อยากได้สีนู้ดเฉดใหม่บ้าง.. เลยต้องไปดูแมคกับบ๊อบบี้บราวน์เลยเห็นไหม! T-T"
8. ลิปกลอส : Kate, Tiffa ( เครือ Kanebo ทั้งคู่ )
ปกติไม่ชอบทากลอส.. แต่บ้าซื้ออยู่พักนึง ( เพราะเห็นมันน่ารักดี ! )
เอาขายและแจกไปเกือบหมดละ.. แต่ก็มีติดไว้บ้างเอา.. ไว้ทาเวลาออกงาน
( ทำยังกะได้ออกบ่อย ) ฮ่าๆ เอาน่ะ โอกาสพิเศษ ต้องปากวาววับกันนิดนุง
ชอบ kate กับ tiffa ตรงที่ถูกและไม่เหนียวเลย.. แถมยังวาวมากๆๆๆๆ
แต่ด้วยความที่ไม่เหนียวก็เลยต้องเติมกันบ่อยหน่อยนึงนะ จริงๆ มี bloom
แต่ก็ขายไปแล้ว.. อันนั้นก็ดีเหมือนกัน เหนียวกว่า kate, tiffa หน่อยนึง
สีสวยดี.. แต่ไม่ค่อยได้ทา.. ไม่ได้ติดใจอะไรมากด้วย เลยขายดีกว่า
ที่ถูกและสีสวยอีกยี่ห้อก็คือ missha, revlon พวกนี้จะเหนียวขึ้นมาอีก
แต่ revlon นี่เราแพ้อ่ะ.. ทาแล้วรู้สึกร้อนและชาๆ ที่ปากทันที.. T-T"
( ส่วนตัวคิดว่า ไม่จำเป็นต้องซื้อลิปกลอสราคาแพง.. เพราะไม่ว่าแพงสุดๆ
หรือถูกสุดๆ.. มันก็หลุดง่ายเหมือนกันหมด ต้องเติมระหว่างวันเหมือนกันหมด
เราเลยชอบใช้ลิปสติกเนื้อดีๆ แล้วหากลอสใสถูกๆ ไว้ทาทับมากกว่า ) ^^
Cleanser & Make-Up Remover ♥
1. เคล็นเซอร์ : Fasio
การแต่งหน้า ทำให้ผิวโดนโบกด้วยกันแดดและรองพื้นต่างๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะต้องใช้เคล็นเซอร์ในการทำความสะอาด.. และเราว่าเคล็นเซอร์ประเภทออยล์
สามารถทำความสะอาดได้ล้ำลึกและหมดจดจริงๆ.. ตัวที่ชอบมากๆ
ก็คือออยล์ของฟาสิโอ้.. ใช้ตั้งแต่รุ่นที่เป็นออยล์ในรูปเจล หลอดสีเหลือง
ตัวนั้นก็ว่าดีแล้วนะ ใช้นวดขณะหน้าแห้ง แล้วพรมน้ำ.. นวดต่ออีกนิดหน่อย
แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด + ตามด้วยโฟมล้างหน้าอีกครั้งนึง
ล้างหน้าได้สะอาดดี.. เสียที่ยังทิ้งความมันไว้ที่หน้านิดนึง.. แต่ไม่มากนัก
ไม่นานมานี้ก็มีข่าวว่ารุ่นหลอดเหลืองเลิกผลิตแล้ว แต่ยังพอหาซื้อได้อยู่
เพราะเค้าผลิตออยล์รุ่นใหม่ออกมา.. คราวนี้ไม่ได้อยู่ในรูปเจลแล้ว แต่เป็นน้ำเลย
บรรจุใน ขวดปั๊มสีฟ้าใส.. ดูน่าใช้มากๆ แพงกว่าเดิมนิดหน่อย 300+..400
ลองซื้อมาใช้แล้วต้องบอกว่าชอบมากกกกก.. ดีกว่าตัวเก่ามากๆ.. ถึงแม้ว่า
ตอนเป็นเจลจะใช้ง่ายกว่า ไม่ไหลเลอะเทอะ.. แต่พอเริ่มชินกับความเหลวก็รู้ทาง
คือกดมา 2 ปั๊ม.. ทำมือเป็นอุ้งเล็กๆ แล้วโบะใส่หน้าแล้วรีบนวดๆๆ เลย
นวดจนพอใจ.. แล้วเอาน้ำพรมที่หน้า.. จะกลายเป็นน้ำสีขาว
พอล้างน้ำออกแล้ว.. แทบจะไม่ทิ้งความมันและความลื่นเหลือเอาไว้เลย ^^
รู้สึกเกลี้ยงเกลามากขึ้นระดับนึง.. สบายใจขึ้นว่าเสี่ยงต่อสิวอุดตันน้อยลง ^^"
ส่วนตัวออยล์อีกตัวที่ฮิตกันก็มี Biore ขวดสีม่วง ( ไปแบ่งจากหญิงมา )
เห็นฮิตกัน.. จนบางคนถึงกับซื้อตุนเอาไว้ 3-4 ขวด.. ทำให้คาดหวังนิดนึง
ว่ามันคงจะดีมาก.. พอได้ใช้ก็พบว่า.. บีโอเรมีกลิ่นแอปเปิ้ลหอมมาก.. ความเหลว
และสัมผัสที่ได้.. เหมือนกันทุกอย่างกับฟาสิโอ้เลยนะ
นวดไปก็คิดไปว่า.. ก็เหมือนกันนี่นา.. แค่ฟาสิโอ้ไม่มีกลิ่น.... แต่......... !!!
พอเอาน้ำพรมๆ ที่หน้า.. ทำให้ผิดหวังกับบีโอเรมาก.. ออยล์เปลี่ยนเป็นน้ำสีขาว
เหมือนกับฟาสิโอ้ก็จริง.. แต่พอนวดไปเริ่มเหนียว.... เริ่มหนืดดดด เกาะหน้า
ทีนี้เอาน้ำมาล้างหน้า.. ล้างๆๆๆๆๆๆๆ.. ล้างยากมากๆ.. แถมยังทิ้งเมือกไว้อีก
รู้สึกมีเมือกๆ เกาะที่หน้าอยู่ทั้งที่ล้างออกหมดแล้ว.. เรียกว่าทิ้งความมันเอาไว้
มากกว่ารุ่นหลอดเหลืองซะด้วยซ้ำ.. สรุปสุดท้ายก็คือ.......
* ฟาสิโอ้รุ่นขวดฟ้าดีที่สุดเท่าที่ใช้ในขณะนี้ ^_______^
2. พอยท์รีมูฟเวอร์ : Missha, Fasio
พอยท์รีมูฟเวอร์นี่คือตัวที่เอาไว้เช็ดมาสคาร่า, อายแชโดว์, และลิปสติก..
มิชช่าสามารถเช็ดลิปฝีปากได้อ่อนโยนมากๆ นุ่ม.. และชุ่มชื้น แต่ควรใช้แค่ปาก
เพราะไม่สามารถล้างมาสคาร่ารุ่นโคตรติดแน่นอย่างฟาสิโอ้ได้ - -"
แต่ตัวรีมูฟของฟาสิโอ้เองล้างออกได้ ( อ้าว.. มันก็ต้องแบบนั้นสิ ) ฮ่าๆ
แล้วก็ลอรีอัลก็สามารถล้างออกได้เช่นกัน.. แต่ว่า.. ก็สู้ฟาสิโอ้ไม่ได้อยู่ดีแหละ ^^
เลยซื้อทีเดียวเลิก.. แต่จะซื้อประจำคือ fasio, missha เท่านั้น
3. โฟมล้างหน้า : Biore, MPS
ชอบบีโอเรสีชมพูเป็นพิเศษใช้มาตั้งแต่สมัยสาวๆ ฮาาา.. เพราะว่าใช้แล้วไม่แพ้
อย่าได้เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้อไหนเลย แพ้กระจาย.. หาเจอถูกกับผิวยากมาก แต่พอเจอ
mps+ ( ซื้อได้ที่ร้านขายยา ) หลอดละประมาณ 200 นับว่าแพงเหมือนกัน
แต่ใช้แล้วผิวดีขึ้นมากๆ ล้างหน้าได้สะอาดขึ้น.. พวกสิวอุดตันเลยน้อยลงไป
Good to know ♥
เบสคืออะไร ? เบสหรือเมคอัพเบส.. มีหน้าที่ทำให้เครื่องสำอางติดทนขึ้น
และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอในเบื้องต้น ใช้ควบคู่กับรองพื้นก็จะเด้งมากขึ้น
เบสมีหลายสีมากๆ แต่ละสีก็มีคุณสัมบัติต่างกันไป
ส้ม, เนื้อ, เหลือง - ปรับสีผิวให้เนียนดูเป็นธรรมชาติสำหรับผิวสองสี
ชมพู - สำหรับผิวขาวมาก ต้องการให้ดูมีเลือดฝาด หน้าอมชมพูขึ้น
ม่วง - สำหรับคนที่หน้าเหลืองมากๆ สีม่วงจะช่วยลดความเหลืองลงค่ะ
ทำให้หน้าสว่างขึ้นและอมชมพูขึ้นด้วย
เขียว - ช่วยลดรอยแดง, เหมาะกับคนผิวขาว จะทำให้หน้าผ่องสว่างมากๆ
แต่จะขาวแบบ.. ข๊าวขาวอ่ะค่ะ.. เอาเป็นว่าถ้าคนผิวสองสีจะใช้ แล้วกลัววอก
ก็ควรลงเฉพาะจุดดีกว่า
ฟ้า - สำหรับผิวที่หมองคล้ำ ดูไม่สดใส
ลำดับการแต่งหน้าที่เราทำทุกวันมีดังนี้.-
มอยเจอร์ไรเซอร์ > กันแดด > เมคอัพเบส > แป้งผสมรองพื้น > เมคอัพพอยส์
ดูเหมือนใช้เยอะเนอะ.. มีแต่เพื่อนตกใจ พอรู้ว่าเราลงหลายชั้นแบบนี้
แต่คนรอบตัวทุกคนยืนยันว่า.. เราก็ดูแต่งหน้าไม่หนานะ.. ดูปกติดี v(^0^ )>
( รีวิวทั้งหมดนี้ Namfon.diaryis.com เป็นผู้เขียนขึ้นเองทั้งหมด
ขอสงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้ผู้อื่นนำไปเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต
จากผู้เขียนก่อนนะคะ )